|
พระฤษีในความเข้าใจของคนทั่วไปนั้นอาจจะมองว่าเป็นนักบวชที่ใฝ่ทางบำเพ็ญสมาธิภาวนาเพื่อให้มีตบะแก่กล้า เป็นผู้วิเศษ ที่มีฤทธิ์เดช มีคาถาอาคม และมีของวิเศษที่เราได้ยินเรื่องเล่าในนิทานปรัมปราต่าง ๆ
พระฤษีมักถูกเรียกว่า “พระอาจารย์” เนื่องด้วยได้รับการยกย่องว่าเป็น “ครู” ในด้านต่าง ๆ เช่น เป็นครูผู้ประสิทธิ์ประสาทวิทยาการ แขนงต่าง ๆ เป็นหมอยา ส่วนคำเรียก “พระฤษี” ในนามต่าง ๆ นั้นเรามักจะเรียกรวม ๆ กันไปหลายนามเช่น พระครูฤษี พ่อครูฤษี พ่อปู่ฤษี และพ่อแก่อันที่จริงแล้วการจะเรียกพระฤษีว่า “พ่อแก่” นั้นก็เรียกได้ ไม่มีผิดอันใด เพราะท่านก็เป็นครูผู้มีอาวุโสที่คนเราจะนับถือเป็นลำดับ “ปู่” หรือ “พ่อแก่” ได้โดยธรรมชาติ แต่ในสายนาฏศิลป์นั้นเรามีความเชื่อว่า พระฤษีที่เป็นครูทางนาฏศิลป์ หรือพระภรตมุนีต่างหาก ที่เป็นที่มาของการเรียกขานด้วย คำว่า “พ่อแก่” ด้วยเพราะพระภรตมุนีเป็นฤษี ที่ปรากฏประวัติความเป็นมาในตำนานทางคติฮินดู อินเดียและตำราไทยเราด้วยว่า ท่านเป็นครูแห่งนาฏศิลป์ และรวมไปถึงศิลปะการแสดงทุกแขนง
เกร็ดความรู้นี้ก็รู้ไว้เพื่อประดับตน แต่ในที่สุดแล้ว
โอม...นะโม นะมัสสะการะ อะหังเม สาธุ สะระณัง ปัญจะพุทธา นะมามิหัง นะโมยะมะ สิตะวายะ อะหังระอะ ติการะรันตะรัง อิศะวะรัง อุมา นารายะนัง พรหมมะธาดา มะหาวิยัง นวะสัพพะเทวานัง ธุสาสะนัม โลเกติพะยัมชัยยะมังคะละ สาธุสะ ประสิทธิเม
โอม...อิมัสมิง สักการะวันทะนัง มุณีพรหมานัง ปุชิตตะวา มะหาลาโภ สุขขัง พะลัง ปูชายะ ภะวันตุเม
โอม...นะโม นะมัสสการะ อะหังเม สาธุสะระณัง ปัญจะพุทธา นะมามิหัง นะโมยะมะ สิตะวายะ อังระอะ สาธุ ติการะรัน ตะรัง มุณีเทวา วันทะนานัง สัพพะกัมมา ประสิทธิเม
โอม...อิมัง วันทานัง สันติโลเก อิมัสมิง มุณี มะนุสสานัง ปูชา อาราธะนานัง สัพพะกัมมา ประสิทธิเม.
|